Home นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) สำหรับผู้ใช้บริการ Social Media ต่างๆ (เช่น Website/Facebook/Instagrame/Line OA/Youtube เป็นต้น) ของ สมาคมนิสิตเก่า คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สมาคมนิสิตเก่า คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
(“สมาคม”) ยึดมั่นการดำเนินงานอย่างมีจรรยาบรรณ เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายที่บังคับใช้ มุ่งเน้นและตระหนักเป็นอย่างยิ่งถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้นสมาคมจึงให้ความสำคัญด้านการเคารพสิทธิในความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการ Social Media ต่างๆ (ซึ่งต่อไปขอเรียกรวมว่า “ผู้ใช้”) ของ สมาคมและสมาชิกสมาคม เป็นหลักการสำคัญ จึงได้จัดทำนโยบายฉบับนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. นโยบายฉบับนี้มีขึ้นเพื่ออะไร

นโยบายฉบับนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้ท่านในฐานะที่เป็นผู้ใช้และสมาชิกสมาคม ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ใช้ กรรมการและพนักงาน/ลูกจ้างของสมาคม รวมถึงสมาชิกสมาคม ทราบถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตลอดจนสิทธิตามกฎหมายของท่านที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งสมาคมได้ทำการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสมัคร สมาชิกสมาคม หรือการจ้างงานของท่าน

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่สมาคมได้ทำการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย นอกเหนือจากที่ได้มาจากความสัมพันธ์เกี่ยวกับการสมัครสมาชิก หรือ การจ้างงานของท่าน จะไม่อยู่ภายใต้ขอบเขตการใช้ของนโยบายฉบับนี้

2. ข้อมูลส่วนบุคคลอะไรบ้างที่สมาคมเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย

2.1 ข้อมูลส่วนบุคคล คือ ข้อมูลที่ทำให้สามารถระบุตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม (แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม) ได้แก่

2.1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้แก่สมาคมโดยตรง ทั้งการเก็บข้อมูลจากใบสมัครสมาชิก การสัมภาษณ์ หรือการจ้างงาน

2.1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่สมาคมได้รับ หรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่นซึ่งไม่ใช่จากท่านโดยตรง เช่น หน่วยงานของรัฐ สถานบันการศึกษา คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงสมาคม หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับคณะ และ มหาวิทยาลัย บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการทางการเงิน พันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทข้อมูลเครดิต และผู้ให้บริการข้อมูล เป็นต้น โดยสมาคมจะเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งอื่นต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากท่านตามที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่สมาคมมีความจำเป็นตามกรณีที่กฎหมายอนุญาต

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่สมาคมเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย เช่น

  • ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล เพศ อายุ วันเดือนปีเกิด สถานที่เกิด สถานภาพสมรส สัญชาติ เลขประจำตัวประชาชน เลขที่ใบขับขี่ สถานภาพการเกณฑ์ทหาร ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประวัติการเรียนรู้ ใบอนุญาตต่างๆ เลขที่บัญชีธนาคาร
  • ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่ปัจจุบัน หมายเลขโทรศัพท์ของท่าน อีเมล ไอดีไลน์ รวมถึงข้อมูลในโซเชียลมีเดียต่างๆ
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงาน เช่น ตำแหน่งงาน สังกัดต่างๆ ในองค์กร ค่าจ้าง ผลตอบแทนอื่น การใช้สวัสดิการการลงเวลาทำงาน การลางาน การแต่งตั้ง การโยกย้าย การเปลี่ยนตำแหน่ง การประเมินผลทดลองงาน การประเมินผลการปฏิบัติงาน ทักษะความสามารถ บุคลิกภาพและพฤติกรรม (ยกเว้นพฤติกรรมทางเพศ)
  • ข้อมูลอุปกรณ์หรือเครื่องมือเช่น IP address MAC address Cookie ID IMEI
  • ข้อมูลบุคคลที่สาม เช่น ข้อมูลสมาชิกในครอบครัว ข้อมูลผู้รับผลประโยชน์จากสวัสดิการต่างๆ ข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉิน และบุคคลที่ท่านอ้างอิง
  • ข้อมูลอื่นๆ เช่น การใช้งานเว็บไซต์ ความคิดเห็น ความชื่นชอบ งานอดิเรก ผลการสอบข้อเขียน เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมหรือแคมเปญต่างๆ ที่สมาคมจัดขึ้น และข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย

2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) คือข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายกำหนดเป็นการเฉพาะ เช่น เชื้อชาติ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนา หรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ (Biometric) หรือข้อมูลอื่นใดในทำนองเดียวกันที่กฎหมายกำหนด ซึ่งสมาคมที่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยสมาคมจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ต่อเมื่อสมาคมได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือในกรณีที่สมาคมมีความจำเป็นตามกรณีที่กฎหมายอนุญาต

(ต่อไปในนโยบายฉบับนี้หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจงจะเรียกข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวที่เกี่ยวกับท่านข้างต้น รวมกันว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”)

3. สมาคมเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ใดบ้าง

สมาคมจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อพิจารณารับเข้าเป็นสมาชิก หรือ รับเข้าทำงาน หรือ ใช้บริการ Social Media ต่างๆ ของสมาคม เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงาน หรือบุคลากรของสมาคม หรือเพื่อประโยชน์อื่นใดตามที่ระบุในนโยบายฉบับนี้

3.1 การปฏิบัติตามสัญญา (Contractual Basis) เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญาไม่ว่าจะเป็นสัญญาจ้างหรือสัญญาอื่นใดหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอ/ใบสมัครของท่านก่อนเข้าทำสัญญา ตามแต่กรณี โดยตัวอย่างที่บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูล เช่น
(1) การสอบข้อเขียน การสัมภาษณ์ รวมถึงการจ่ายค่าจ้างหรือผลตอบแทนอื่น การจัดให้มีสวัสดิการหรือประโยชน์อื่นใด การลงเวลาทำงาน การลางาน การแต่งตั้ง การโยกย้าย การเปลี่ยนตำแหน่ง การปรับโครงสร้างองค์กร การประเมินและบริหารผลการปฏิบัติงาน
(2) การพัฒนาทักษะความสามารถ การจัดทำบัตรพนักงาน การจัดทำทะเบียนพนักงาน การจัดทำข้อมูลพนักงาน การติดต่อสื่อสาร การมอบหมายงานให้ผู้อื่นทำแทนสมาคม การปฏิบัติตามกฎหมาย การชำระภาษี การบริหารความเสี่ยง การกำกับตรวจสอบ การป้องกันการทุจริต การสอบสวนทางวินัย การจัดการข้อร้องเรียน การบริหารจัดการภายในสมาคมและเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่จำเป็นต่อการจ้างงานตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว

3.2 การปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่กำหนด หน้าที่ของสมาคมในฐานะของนายจ้างหรือในฐานะอื่นใด เช่น
(1) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายประกันสังคม กฎหมายเงินทดแทน กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กฎหมายภาษีอากร กฎหมายล้มละลาย กฎหมายคอมพิวเตอร์
(2) กฎหมายอื่นๆ ที่จำเป็น รวมถึงประกาศและระเบียบที่ออกตามกฎหมายดังกล่าวทั้งของในประเทศไทยและต่างประเทศ

3.3 ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest) เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของสมาคม โดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ตามที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ เช่น
(1) การบันทึกเสียง การบันทึกภาพนิ่ง การบันทึกภาพเคลื่อนไหว CCTV
(2) การสำรวจความคิดเห็น การเข้าร่วมกิจกรรมสมาคม การประกาศผล การรับ-ส่งพัสดุ การวิเคราะห์ วิจัย ทางสถิติ
(3) การบริหารความเสี่ยง การกำกับตรวจสอบ การจัดการข้อร้องเรียน การบริหารจัดการภายในองค์กร ของสมาคม การป้องกัน รับมือลดความเสี่ยงที่อาจเกิดการกระทำการทุจริต
(4) ภัยคุกคามทางไซเบอร์ การทำผิดกฎหมายต่างๆ การตรวจสอบข้อมูลการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หรือตรวจสอบพฤติกรรมการปฏิบัติงาน การดำเนินคดีในชั้นศาล
(5) การทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่ได้ (anonymous data)
(6) ข้อมูลสมาชิก/ผู้สมัครที่ไม่ผ่านการพิจารณาและข้อมูลบุคคลอ้างอิงของผู้สมัคร

3.4 ความยินยอม (Consent) เพื่อเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามความจำเป็น เช่น
(1) ข้อมูลสุขภาพเพื่อการพิจารณารับสมัครคัดเลือกเข้าทำงาน/การให้สวัสดิการเบิกค่ารักษาพยาบาล
(2) ข้อมูลชีวภาพ (Biometric) เช่น ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือเพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบและพิสูจน์ตัวตนของท่านเพื่อลงเวลาทำงาน/เข้าอาคาร
(3) ข้อมูลประวัติพฤติกรรม เพื่อการพิจารณารับเข้าทำงาน/ตรวจสอบคุณสมบัติในงานที่ท่านรับผิดชอบ
(4) ข้อมูลศาสนาเพื่อพิจารณาอนุมัติลาอุปสมบท/ลาพิธีฮัจญ์/จัดเตรียมอาหาร/ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา กรณีเสียชีวิต เป็นต้น

4. สมาคมอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ใครบ้าง

สมาคมอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้อื่นภายใต้ความยินยอมของท่าน หรือฐานทางกฎหมายอื่นตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ เช่น ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ให้บริการภายนอกทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตัวแทนของบริษัท หน่วยงาน หรือบริษัทที่สมาคมไปศึกษาดูงาน ผู้รับจ้างช่วงงานต่อสมาคม ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายนอก ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ผู้สนใจจะเข้ารับโอนสิทธิ และ/หรือผู้รับโอนสิทธิหรือการควบรวมกิจการต่างๆ ของบริษัท นิติบุคคล/บุคคลใดๆ ที่มีความสัมพันธ์หรือมีสัญญาอยู่กับสมาคม ซึ่งรวมตลอดถึง ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษาของสมาคมและของ บุคคลหรือหน่วยงานที่เป็นผู้รับข้อมูลดังกล่าว

5. สมาคมจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานเท่าใด

สมาคมจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นในระหว่างที่ท่านเป็นสมาชิก หรือบุคลากรของสมาคม หรือตลอดระยะเวลาที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ ซึ่งอาจจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นหากมีกฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้ เช่น

5.1 สมาชิก/ผู้สมัครงาน ที่ไม่ได้รับการคัดเลือก สมาคมจะจัดเก็บข้อมูลของท่านเป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อเป็นหลักฐานว่าสมาคมได้พิจารณาคัดเลือกท่านอย่างยุติธรรม และเพื่อพิจารณารับท่านเข้าเป็นสมาชิกหรือทำงานตำแหน่งงานที่เหมาะสมกับท่านในอนาคต

5.2 บุคลากร จัดเก็บไว้ตามกฎหมายุค้มครองแรงงาน เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตรวจสอบกรณีอาจเกิด ข้อพิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี
ทั้งนี้ สมาคมจะลบ/ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้ เมื่อหมดความจำเป็น หรือสิ้นสุด ระยะเวลาดังกล่าว

 

6. สมาคมคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร

สมาคมจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นอย่างดีตามมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measure) และมาตรการเชิงบริหารจัดการ (Organizational Measure) เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยสมาคมได้กำหนดนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น มาตรฐานความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับข้อมูลไปจากสมาคม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ หรือโดยไม่มีอำนาจหรือโดยไม่ชอบ และสมาคมได้มีการปรับปรุงนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะๆ ตามความจำเป็นและเหมาะสม

นอกจากนี้ สมาคมยังได้กำหนดให้พนักงาน บุคลากร ตัวแทน และผู้รับข้อมูลจากสมาคม มีหน้าที่รักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นความลับ และมีความปลอดภัยตามมาตรการที่สมาคมกำหนด เมื่อต้องมีการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

7. สิทธิของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลมีอะไรบ้าง

สิทธิของท่านในข้อนี้เป็นสิทธิตามกฎหมายของท่านที่ท่านควรทราบ โดยท่านสามารถขอใช้สิทธิต่างๆ ได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และนโยบายที่กำหนดไว้ในขณะนี้หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ตลอดจนหลักเกณฑ์ตามที่สมาคมกำหนดขึ้น

7.1 สิทธิขอถอนความยินยอม : หากท่านได้ให้ความยินยอมให้สมาคมเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลท่าน (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอด ระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับสมาคม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมาย หรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ ทั้งนี้ การถอนความยินยอมของทานอาจส่งผลกระทบต่อท่าน เพื่อประโยชน์ของท่าน จึงควรศึกษา/สอบถามถึงผลกระทบก่อนถอนความยินยอม

7.2 สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล : ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของสมาคม และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้สมาคมเปิดเผยว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้มาอย่างไรโดยปราศจากความยินยอมของท่าน

7.3 สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล : ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่สมาคมได้ทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่าน หรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้สมาคมส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค

7.4 สิทธิขอคัดค้าน : ท่านมีสิทธิขอคัดค้านในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของสมาคมหรือของบุคคลอื่น หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หากท่านยื่นคัดค้าน สมาคมจะยังคงดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเฉพาะที่สมาคมสามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของท่าน หรือเป็นไปเพื่อการยืนยัน การปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี

7.5 สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล : ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าสมาคมหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอม หรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว

7.6 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล : ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่สมาคมอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่สมาคมหมดความจำเป็น และต้องลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้สมาคมระงับการใช้แทน

7.7 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล : ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

7.8 สิทธิร้องเรียน : ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

7.9 การใช้สิทธิของท่านดังกล่าวข้างต้นอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่สมาคมอาจปฏิเสธ หรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของ บุคคลอื่น เป็นต้น โดยหากสมาคมปฏิเสธคำขอข้างต้น สมาคมจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย

สิทธิ ระยะเวลาดำเนินการ
สิทธิขอถอนความยินยอม 30 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ได้รับทราบการแจ้งขอใช้สิทธิ
สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล 30 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ได้รับทราบการแจ้งขอใช้สิทธิ
สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล 30 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ได้รับทราบการแจ้งขอใช้สิทธิ
สิทธิขอคัดค้าน 30 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ได้รับทราบการแจ้งขอใช้สิทธิ
สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล 30 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ได้รับทราบการแจ้งขอใช้สิทธิ
สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล 30 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ได้รับทราบการแจ้งขอใช้สิทธิ
สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล 30 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ได้รับทราบการแจ้งขอใช้สิทธิ

8. ท่านจะติดต่อสมาคม และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างไร

หากท่านมีข้อเสนอแนะ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงการขอใช้สิทธิตามนโยบายฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อสมาคม และ/หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านช่องทางดังนี้

เจ้าหน้าที่ประสานงานด้านข้อมูลส่วนบุคคล
สมาคมนิสิตเก่า คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ชั้น 1 อาคารอนุสรณ์ 50 ปี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ถ.พญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน
กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ : 02-255-8614, 02-218-5703
E-mail : contact@shicualumni.com